ไม่มีหมวดหมู่

พีธีเปิดโครงการติดตาม ประเมินผลจากการดำเนินงานด้านยุทธศาสตร์การพัฒนาท้องถิ่น

พีธีเปิดโครงการติดตาม ประเมินผลจากการดำเนินงานด้านยุทธศาสตร์การพัฒนาท้องถิ่น ในพื้นที่บริการของคณะวิทยาศาสตร์ เพื่อการถ่ายทอดเทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์เพื่อสร้างความเข้มแข็งแก่ชุมชนและสร้างความเป็นเลิศทางวิชาการสู่การบูรณาการเพื่อการนำไปใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน

 

                ด้วยคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ มีการดำเนินงานที่สอดคล้องกับพันธกิจและนโยบายของมหาวิทยาลัยโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเป็นมหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน ทางด้านเศรษฐกิจ สังคม สุขภาพ สิ่งแวดล้อม และ สามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน โดยผู้เข้าร่วมโครงการ ประกอบด้วย หัวหน้าหน่วยงานราชการต่างๆ  อาทิท่านสาธารณสุขอำเภอเมืองบุรีรัมย์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเมืองฝาง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสะแกโพรง ผู้อำนวยการกองต่างๆ ใน อบต. เมืองฝาง และ อบต. สะแกโพรง ผู้อำนวยการโรงพยยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล หัวหน้างานส่วน/ฝ่ายงานต่างๆ ผู้นำชุมชน กำนันผู้ใหญ่บ้าน คุณครูจากโรงเรียนต่างๆ ที่ร่วมลงนาม MOU ในโครงการห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ และผู้ใช้ประโยชน์จากการดำเนินงานโครงการยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาท้องถิ่นจากชุมชนต่างๆ รวมทั้งสิ้น 60 คน

ดาวน์โหลดเกียรติบัตรการเข้าร่วมสอบแข่งขันการแข่งขันสาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ เคมี ชีววิทยาและฟิสิกส์ เนื่องในวันสัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ ประจำปี 2563

1.สอบคณิตศาสตร์-ปี-63-แบบกระจาย

2.สอบเคมี-ปี-63-แบบกระจาย

3.สอบฟิสิกส์-ปี-63-แบบกระจาย

4.สอบชีววิทยา-ปี-63-แบบกระจาย

 

Contact : sciencebru@hotmail.com

มรภ.บุรีรัมย์ มุ่งบริการความรู้สู่เยาวชน อบรมพัฒนาทักษะปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ในโครงการห้องเรียนพิเศษด้านวิทยาศาสตร์ โรงเรียนภัทรบพิตร

มรภ.บุรีรัมย์ มุ่งบริการความรู้สู่เยาวชน อบรมพัฒนาทักษะปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ในโครงการห้องเรียนพิเศษด้านวิทยาศาสตร์ โรงเรียนภัทรบพิตร

คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ขอแสดงความยินดีและต้อนรับคณะครูอาจารย์และนักเรียนโรงเรียนภัทรบพิตร อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์  ที่ได้เข้ามาอบรมพัฒนาทักษะปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ในโครงการห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ การจัดอบรมในครั้งนี้ เพื่อให้นักเรียนที่เข้าอบรมมีความเชื่อมั่นในการใช้เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ อันเป็นประโยชน์พื้นฐานในการเรียนต่อไปในอนาคตและเป็นการสร้างความเชี่ยวชาญ ผลิตกำลังคนทางด้านวิทยาศาสตร์ที่มีคุณภาพ สามารถพัฒนาประเทศชาติได้ต่อไปในอนาคต ซึ่งได้รับความอนุเคราะห์จากคณาจารย์ สาขาวิชาเคมี ชีววิทยา ฟิสิกส์ เป็นวิทยากรอบรมโดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับความรู้ความเข้าใจ ฝึกปฏิบัติการและประสบการณ์ในการทำปฏิบัติการด้านเคมี ชีววิทยา ฟิสิกส์ ได้อย่างครบถ้วนและสมบูรณ์ โดยการอบรมดังกล่าวจัดขึ้นในระหว่างวันที่ ๑๙-๒๐  กันยายนต์ พ.ศ. ๒๕๖๓ ณ ศูนย์วิทยาศาสตร์และวิทยาศาสตร์ประยุกต์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์

มรภ.บุรีรัมย์ มุ่งบริการความรู้สู่เยาวชน อบรมพัฒนาทักษะปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ในโครงการห้องเรียนพิเศษด้านวิทยาศาสตร์ โรงเรียนเมืองหนองกี่พิทยาคม

มรภ.บุรีรัมย์ มุ่งบริการความรู้สู่เยาวชน อบรมพัฒนาทักษะปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ในโครงการห้องเรียนพิเศษด้านวิทยาศาสตร์ โรงเรียนหนองกี่พิทยาคม

คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ขอแสดงความยินดีและต้อนรับคณะครูอาจารย์และนักเรียนโรงเรียนหนองกี่พิทยาคม อำเภอหนองกี่ จังหวัดบุรีรัมย์  ที่ได้เข้ามาอบรมพัฒนาทักษะปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ในโครงการห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ การจัดอบรมในครั้งนี้ เพื่อให้นักเรียนที่เข้าอบรมมีความเชื่อมั่นในการใช้เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ อันเป็นประโยชน์พื้นฐานในการเรียนต่อไปในอนาคตและเป็นการสร้างความเชี่ยวชาญ ผลิตกำลังคนทางด้านวิทยาศาสตร์ที่มีคุณภาพ สามารถพัฒนาประเทศชาติได้ต่อไปในอนาคต ซึ่งได้รับความอนุเคราะห์จากคณาจารย์ สาขาวิชาเคมี ชีววิทยา ฟิสิกส์ เป็นวิทยากรอบรมโดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับความรู้ความเข้าใจ ฝึกปฏิบัติการและประสบการณ์ในการทำปฏิบัติการด้านเคมี ชีววิทยา ฟิสิกส์ ได้อย่างครบถ้วนและสมบูรณ์ โดยการอบรมดังกล่าวจัดขึ้นในระหว่างวันที่ ๑๒-๑๓  กันยายนต์ พ.ศ. ๒๕๖๓ ณ ศูนย์วิทยาศาสตร์และวิทยาศาสตร์ประยุกต์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์

การประกวดงานวิจัยระดับปริญญาตรี ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พ.ศ.2564

กติกาการประกวดงานวิจัยระดับปริญญาตรี ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
จัดโดย คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์

งานครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้งาน มหกรรมวิชาการและวัฒนธรรมนานาชาติ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ครั้งที่ 4 BRICC IV (Buriram Rajabhat International Conference and Cultural Festival) ระหว่างวันที่ 6-9 ม.ค. 64

ส่งงานวิจัยได้ที่นี่ : https://forms.gle/7rQCvKotatVJ3KmV9

หมวดที่ 1 คุณสมบัติผู้เข้าแข่งขัน

  • ผู้ส่งงานวิจัยเข้าประกวดต้องเป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรี สถานะกำลังศึกษาอยู่
  • เป็นงานวิจัยเดี่ยวหรืองานวิจัยกลุ่ม
  • ผู้ร่วมทีมต้องมาจากสถาบันเดียวกัน

หมวดที่ 2 ข้อกำหนดของผลงานวิจัยและการส่งผลงานวิจัย

2.1 ต้องเป็นงานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์เท่านั้น  ได้แก่

    (1) วิทยาศาสตร์กายภาพ  ได้แก่  คณิตศาสตร์  สถิติ  ฟิสิกส์  เคมี  คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ  ภูมิศาสตร์และภูมิสารสนเทศ  วิศวกรรมศาสตร์  หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง 

    (2) วิทยาศาสตร์ชีวภาพ  ได้แก่  วิทยาศาสตร์การแพทย์ ชีววิทยา  เกษตรศาสตร์ วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม  วิทยาศาสตร์การอาหาร  หรือ สาขาที่เกี่ยวข้อง

2.2 บทความวิจัย จำนวน 8-10 หน้า รูปแบบดังเอกสารแนบท้าย

2.3 รูปแบบการนำเสนอเป็นโปสเตอร์  ขนาดกว้าง x ยาว เท่ากับ 80 x 120 ตารางเซนติเมตร

 

 

 

   

 

 

 

 

 

 

 

 

 

2.4 ผลงานที่ส่งเข้าประกวดต้องไม่เคยนำเสนอหรือตีพิมพ์ที่อื่นมาก่อน

2.5 เวลาในการนำเสนอ 10 นาที   ตอบคำถาม 5 นาที

          2.6 ผลงานที่ได้รางวัลจากการประกวด  จะถูกตีพิมพ์ลงวารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ของคณะวิทยาศาสตร์  มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์

 

หมวดที่ 3 เกณฑ์การให้คะแนน

          การประเมินจะแบ่งเป็น 5 ด้าน ดังนี้

            ด้านที่ 1  ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์

  • ความแปลกใหม่ของปัญหา
  • ความทันสมัยและแปลกใหม่ของวิธีการดำเนินการ

ด้านที่ 2 วิธีการดำเนินวิจัย

  • การกำหนดวัตถุประสงค์
  • การตั้งสมมติฐาน
  • การทำงานอย่างมีขั้นตอน
  • การใช้เครื่องมือ วัสดุ อุปกรณ์ อย่างเหมาะสม

ด้านที่ 3 เนื้อหา สาระ และประโยชน์

  • เนื้อหาสาระถูกต้อง
  • ผลที่ได้จากการศึกษา
  • การนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน
  • หลักฐานการเก็บข้อมูล

ด้านที่ 4 การเขียนบทความวิจัย

  • ความถูกต้องของรูปแบบบทความ
  • การใช้ภาษา การใช้ศัพท์ทางวิทยาศาสตร์
  • ข้อมูลถูกต้อง อ้างอิงตามหลักการ
  • การอภิปรายผลและสรุปผล

ด้านที่ 5 การแสดงโครงงานและการนำเสนอ

  • บุคลิกภาพในการนำเสนอ
  • ความเหมาะสมของโปสเตอร์
  • ระยะเวลาในการนำเสนอ
  • นำเสนอได้ชัดเจน น่าสนใจ
  • การตอบคำถามและการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

 

หมวดที่ 4 กำหนดการรับสมัคร  และวันประกวด

          รับสมัครตั้งแต่วันนี้  จนถึงวันที่ 22 ธันวาคม 2563

          รอบคัดเลือก : คณะกรรมการพิจารณาผลงานและประกาศรายชื่อผู้ผ่านเข้ารอบ จำนวน 20 ทีม ในวันที่ 23 ธันวาคม 2563

          รอบชิงชนะเลิศ : นักศึกษานำเสนอผลงานวิจัยด้วยตนเอง ในวันที่ 6 มกราคม 2564  ณ อาคารเอนกคุณากร (BRU Complex) ชั้น 6  มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์

 

หมวดที่ 5 เงินรางวัล

รางวัลที่ 1                           8,000 บาท  พร้อมโล่พระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

รางวัลที่ 2                          4,000 บาท  พร้อมเกียรติบัตร

รางวัลที่ 3                          3,000 บาท  พร้อมเกียรติบัตร

คณะกรรมการตัดสิน

  1. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ประวีรณ์ สุพรรณอ่วม       อาจารย์ประจำหลักสูตรชีววิทยา  คณะวิทยาศาสตร์ 

มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี

  1. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชนินทร์ มหัทธนชัย อาจารย์ประจำหลักสูตรเทคโนโลยีสารสนเทศ

คณะวิทยาศาสตร์  มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่

  1. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ น.สพ.ประยุทธ กุศลรัตน์       อาจารย์ประจำโปรแกรมเทคนิคการสัตวแพทย์

คณะวิทยาศาสตร์  มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา

สมัคร และรับทราบรายละเอียดเพิ่มเติม :

ดร.ทิพวัลย์  แสนคำ

โทรศัพท์ : 08-1879-9128, 0-4461-1221 ต่อ 6002

อีเมล : thipphawand@hotmail.com

ประกาศการให้ทุนอุดหนุนการวิจัย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๒

ประกาศการให้ทุนอุดหนุนการวิจัย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๒

สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน)
จัดทำโครงการส่งเสริมการวิจัยด้านการประกันคุณภาพการศึกษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562

คณาจารย์ นักวิจัยและนักวิชาการที่สนใจสามารถส่งข้อเสนอโครงการวิจัยได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึง
วันที่ 15 ตุลาคม 2561 ที่ภารกิจวิจัยและจัดการความรู้ สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์
สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน)
อาคารพญาไทพลาซ่า ชั้น 24 เลขที่ 128 ถนนพญาไท แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400

ดาวน์โหลดแบบฟอร์มได้ที่ http://www.onesqa.or.th/th/download/932/

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 0-2216-3955 ต่อ 226 (กิตติกันตพงศ์)

ประวัติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์

king04

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชสมภพเมื่อ วันที่ ๑๘ ตุลาคม พ.ศ.๒๓๔๗ ตรงกับวันพฤหัสบดี ขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๑๑ ปีชวด ฉศกจุลศักราช ๑๑๖๖ ทรงเป็นพระราชโอรสองค์ที่ ๒ ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย และสมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี ณ พระราชวังเดิม พระเจ้ากรุงธนบุรี เมื่อพระชนมายุย่างเข้า ๙ พรรษา (พ.ศ. ๒๓๕๖) สมเด็จพระบรมชนกนาถ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ จัดให้มีพระราชพิธีลงสรงเป็นครั้งแรก ในกรุงรัตนโกสินทร์ ได้ดำรงพระ ราชเกียรติยศรับพระราชทานพระนามจารึกในพระสุพรรณบัฎว่า “สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามงกุฎสมมติเทววงศ์พงศ์อิศวร กษัตริย์วรขัตติยราชกุมาร” ปรากฏตามอเนกนิกรชนสมมติ เรียกพระนามว่า “ทูลกระหม่อมฟ้าพระองค์ใหญ่”

ในปี พ.ศ.๒๓๙๔ (พระชนมายุได้ ๔๗ พรรษา ทรงผนวชมาได้ ๒๗ พรรษา) พระบาทสมเด็จ พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวสวรรคต พระบรมวงศานุวงศ์ เสนาบดี และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ได้เข้ากราบถวายบังคมทูลอัญเชิญเสด็จขึ้นเถลิงถวัลย์ราชสมบัติ สืบพระราช สันติวงศ์ รัชกาลที่ ๔ โดยมีพระราชปรมาภิไธยโดยย่อว่า “พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรามหามงกุฎ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว” นับตั้งแต่เสด็จขึ้นครองราชย์ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเริ่มสร้างความสัมพันธ์อันใกล้ชิดระหว่าง พระมหากษัตริย์กับ อาณาประชาราษฎร ให้เข้ากับกาลสมัยในรูปใหม่ อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน การเปลี่ยนแปลงนี้ เป็นผลสืบเนื่องมาจากการที่พระองค์ ทรงอยู่ในสมณเพศนานถึง ๒๗ พรรษา ได้เสด็จธุดงค์ไปยังหัวเมืองต่างๆ เป็นโอกาสให้ทรงได้รับรู้สภาพความเป็นอยู่ โดยแท้จริงของ ราษฎรส่วนใหญ่ด้วยพระองค์เอง นับเป็นประสบการณ์ที่มีค่ายิ่ง และเป็นการเตรียมพระองค์เพื่อปกครองบ้านเมืองในอนาคต เป็นอย่างดี ประกอบกับลัทธิจักรวรรดินิยม ที่แผ่ขยายมายังประเทศใกล้เคียงในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ และในทวีปเอเซีย ทำให้พระองค์ทรง ตระหนักว่า ถึงเวลาแล้วที่ประเทศสยาม จะต้องยอมรับอิทธิพลวัฒนธรรมตะวันตก และเร่งปรับปรุงประเทศให้ทันสมัย โดยทรงปฏิบัติ พระราชกรณียกิจในหลายๆ ด้านไปพร้อมๆ กันด้วยพระบรมราโชบายที่มีทรรศนะไกล และด้วยความสุขุมคัมภีรภาพ คือ

๑. ด้านการต่างประเทศ
๒. ด้านการเสริมสร้างความมั่นคงและการป้องกันพระราชอาณาจักร
๓. ด้านการปฏิรูปการปกครอง
๔. ด้านการทำนุบำรุงอาชีพของราษฎรและการปฏิรูปทางเศรษฐกิจ และการคลัง
๕. ด้านบำบัดทุกข์บำรุงสุขของราษฎร
๖. ด้านบำรุงศึกษาศาสตร์
๗. ด้านพระราชพิธี ประเพณี ธรรมเนียม
๘. ด้านพระศาสนา
๙. ด้านการก่อสร้าง

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเล็งเห็นว่า การศึกษาสมัยใหม่ เป็นสิ่งจำเป็นในการปรับปรุงบ้านเมืองให้ทันสมัย เป็นที่ยอมรับของประเทศมหาอำนาจตะวันตก ทรงสนับสนุนงานริเริ่มจัดการศึกษาสมัยใหม่ โดยคณะมิชชั่นนารี อย่างดียิ่ง ทรง เป็น “องค์วิชาการ” ทรงใฝ่พระทัยศึกษาด้วยพระองค์เอง ทั้งในด้านประวัติศาสตร์ วรรณคดี ปรัชญาศาสนาต่างๆ ภาษาต่างประเทศ คณิตศาสตร์ และดาราศาสตร์

image5

สุริยุปราคาเต็มดวง 18 สิงหาคม 2411 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงคำนวณการเกิดสุริยุปราคามืดหมดดวงทรงศึกษาด้วยพระองค์เอง ทรงพยากรณ์ล่วงหน้าถึง 2 ปี และปรากฏการณ์เกิดขึ้นตรงตามที่ทรงคำนวณไว้ทุกประการ

ณ วันอังคารที่ ๑๘ สิงหาคม พ.ศ.๒๔๑๑ เป็นวันสำคัญที่พระองค์ท่าน, ตลอดจนบรรดาผู้โดยเสด็จ และผู้มาเข้าเฝ้าทั้งไทยและเทศต่างเฝ้ารอ คำพยากรณ์จากการคำนาณทางดาราศาสตร์, ก็ปรากฎว่า เมื่อเวลา ๑๐.๑๖ น. ท้องฟ้าเหนือชายทะเล บ้านหว้ากอ ซึ่งแต่เดิมปกคลุมด้วยเมฆฝนก็พลันกระจ่างมองเห็นดวงอาทิตย์ไรๆ, พอรู้ว่าสุริยุปราคาได้เริ่มขึ้นแล้ว, จนกระทั่งเวลา ๑๑.๓๖ น. กับอีก ๒๐ วินาที ก็จับเต็มดวง, ซึ่งกินเวลาจับเต็มดวง ทั้งสิ้น ๖ นาที กับ ๔๕ วินาที. เล่ากันมาว่า “เวลานั้นมืดเหมือนเวลากลางคืน เวลาพลบค่ำ คนที่นั่งไกล้ๆก็แลดูไม่รู้จักหน้ากัน” ท่ามกลางความมืดจากสุริยุปราคานั้น, พระบารมีขององค์พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทยก็เจิดจรัสแจ่มฟ้า พระองค์ทรงสามารถคำนวณการเกิดสุริยุปราคาเต็มดวง ที่ตำบล หว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ได้อย่างแม่นยำ ไม่คลาดเคลื่อนแม้แต่วินาทีเดียว ซึ่งเป็นการพิสูจน์ผลการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ครั้งยิ่งใหญ่ และครั้งแรกของชาติไทย จนเป็นที่เลื่องลือในวงการดาราศาสตร์ทั่วโลก ซึ่งเป็นประวัติศาสตร์ที่น่าภาคภูมิใจยิ่งของประเทศชาติ

image6

ตำบลหว้ากอ เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชดำเนินทอดพระเนตรการเกิดสุริยุปราคา ปี พ.ศ. 2411 พระตำหนัก 3 ชั้นที่ประทับสร้างด้วยไม้ไผ่ผ่าซีก มุงจาก และใบตาลแห้ง รั้วทำด้วยกิ่งไม้

เมื่อวันที่ ๑๔ เมษายน ๒๕๒๕ คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติให้เทิดทูนพระเกียรติยศแด่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว “พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย” องค์ปฐมดำริสร้างไทยก้าวทันโลก และกำหนดให้วันที่ ๑๘ สิงหาคม ของทุกปี เป็น “วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ” เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและเทิดพระเกียรติยศของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว นอกจากนั้นในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบในการเร่งรัดส่งเสริมและสนับสนุนการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของประเทศ ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกิจการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทั้งภาครัฐและเอกชน จัดกิจกรรมวันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ เพื่อยกย่องสดุดีพระเกียรติยศของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว “พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย” และเพื่อกระตุ้นสำนึกและเสริมสร้างความเข้าใจให้ประชาชนในทุกระดับได้ตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่มีผลต่อการพัฒนาฐานะของประเทศให้ดีขึ้น

ต่อมาในปี พ.ศ.๒๕๒๗ ได้จัดงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติขึ้นเป็นครั้งแรก ระหว่างวันที่ ๑๘-๒๔ สิงหาคม ๒๕๒๗ โดยกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ได้ร่วมมืออย่างใกล้ชิด กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค จัดกิจกรรมขยายออกไปอย่างกว้างขวางและพร้อมเพรียงกันทั่วประเทศ ความร่วมมือดังกล่าวก่อให้เกิดพลังสำคัญในการกระตุ้นให้ประชาชนและเยาวชนไทยมีความตื่นตัว และเห็นความสำคัญของบทบาทของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่มีต่อการพัฒนาประเทศมากยิ่งขึ้น ซึ่งทำให้คณะรัฐมนตรีได้เล็งเห็นความสำคัญและประโยชน์ของการจัดงานข้างต้น ดังนั้น เมื่อวันที่ ๓ กันยายน ๒๕๒๘ คณะรัฐมนตรีจึงได้อนุมัติให้กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ดำเนินการจัดงาน “สัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ” เป็นประจำทุกปี ระหว่าง วันที่ ๑๘-๒๔ สิงหาคม และอนุมัติให้จัดสรรงบประมาณสำหรับดำเนินการจัดงานตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๒๙ เป็นต้นมา

ข้อมูลจาก http://www.kingmongkut.com/main.html 

องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) กำหนดการจัดกิจกรรม “คาราวานวิทยาศาสตร์ อพวช.”

องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) กำหนดการจัดกิจกรรม “คาราวานวิทยาศาสตร์ อพวช.”

องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กำหนดการจัดกิจกรรม “คาราวานวิทยาศาสตร์ อพวช.” ประจำปี 2561 วันที่21-24 พฤศจิกายน 2560 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์